Part 1: ภาพรวมของโฆษณาแบบพุช
ก่อนที่เราจะลงลึกถึงประเภทและวิธีทำงานของโฆษณาแบบพุช คุณควรเข้าใจพื้นฐานของโฆษณาประเภทนี้ก่อน
โฆษณาแบบพุชคืออะไร?
ข้อความสั้น ๆ ที่แสดงบนสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ เรียกว่า การแจ้งเตือนโฆษณาแบบพุช หลายเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถส่งการแจ้งเตือนประเภทนี้ได้
โดยทั่วไป แอปที่เกี่ยวข้องกับข่าวสาร อัปเดต พยากรณ์ แจ้งเตือน ข้อความ โซเชียลมีเดีย และเนื้อหาทางการตลาด มักใช้โฆษณาแบบพุชเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมและเปิดแอปพลิเคชัน
ประวัติของโฆษณาแบบพุช
แบล็กเบอร์รี่ เป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีแบบพุชมาใช้ในการส่งและรับอีเมลแบบเรียลไทม์บนอุปกรณ์แบล็กเบอร์รี่ ต่อมา Apple Push Notification Services (APNS) ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรมนี้ จากความสำเร็จของเทคโนโลยี Push ของแอปเปิล ทางกูเกิลก็ได้เปิดตัว Cloud Messaging และ Google Cloud to Device Messaging (C2DM) เช่นกัน
เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนรองรับการส่งการแจ้งเตือนแบบพุชบนอุปกรณ์ Android และ iOS ในปี 2009 ทำให้แนวคิดโฆษณาแบบพุชถูกนำไปใช้ในหลายกรณีมากกว่าการส่งข้อความหรืออีเมลทั่วไป
ปัจจุบันมีโซลูชันข้ามแพลตฟอร์มและแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามที่สามารถส่งการแจ้งเตือนแบบพุชไปยังอุปกรณ์เดสก์ท็อปและมือถือได้อย่างหลากหลาย
ข้อดีของโฆษณาแบบพุช
ประโยชน์หลักของการส่งโฆษณาแบบพุช ได้แก่:
-
มองเห็นได้สูงสุด: โฆษณาแบบพุชสามารถมองเห็นได้ 100% ตลอดเวลา แทบไม่มีโอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะพลาด ช่วยให้ธุรกิจสร้างยอดขายได้มากขึ้น
-
กำหนดเป้าหมายเฉพาะบุคคล: ด้วยเครื่องมือสมัยใหม่อย่าง EngageLab การส่งการแจ้งเตือนแบบพุชที่ตรงกับแต่ละบุคคลทำได้ง่าย การตลาดแบบเฉพาะบุคคลนี้ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ทันทีและเพิ่มยอดขายได้
-
ประหยัดค่าใช้จ่าย: ต้นทุนในการส่งการแจ้งเตือนแบบพุชถูกกว่าการโฆษณาในแอปหรือช่องทางโฆษณาแบบดั้งเดิมอื่น ๆ มาก
-
ความปลอดภัยสูง: การแจ้งเตือนโฆษณาแบบพุชช่วยสร้างลีดคุณภาพสูงและช่วยป้องกันการหลอกลวงหรือการฉ้อโกงในช่องทางโฆษณาของคุณ
-
อัตราการคลิก (CTR) สูง: โฆษณาแบบพุชมีอัตราการคลิกสูง ธุรกิจและบริษัทหลากหลายประเภทจึงสามารถพึ่งพาการแจ้งเตือนแบบพุชเพื่อเพิ่มอัตราการแปลงได้
ข้อเสียของโฆษณาแบบพุช
แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่โฆษณาแบบพุชก็ยังมีข้อเสียและข้อจำกัดบางอย่างเช่นกัน:
-
ส่งการแจ้งเตือนแบบพุชบ่อยเกินไปอาจรบกวนผู้ใช้ และอาจทำให้ผู้ใช้ลบแอปทิ้งได้
-
การแจ้งเตือนแบบพุชมีข้อจำกัดด้านจำนวนอักขระ ควรศึกษาข้อจำกัด จำนวนอักขระของการแจ้งเตือนแบบพุช เพื่อปฏิบัติตามแนวทางที่ดีที่สุด
-
ผู้ใช้ต้องยินยอม (opt-in) เพื่อรับโฆษณาแบบพุช ซึ่งอาจจำกัดการเข้าถึงโดยรวม
-
ผู้ใช้บางคนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลผ่านการแจ้งเตือนโฆษณาแบบพุช
-
การได้รับการแจ้งเตือนแบบพุชจากหลายแอปและแพลตฟอร์มมากเกินไปอาจทำให้แบตเตอรี่อุปกรณ์หมดเร็วขึ้น
โฆษณาแบบพุช vs โฆษณาประเภทอื่น ๆ
การส่งโฆษณาผ่านการแจ้งเตือนแบบพุชแตกต่างจากโฆษณาประเภทอื่นอย่างมาก เพราะเป็นการส่งตรงถึงอุปกรณ์ของผู้ใช้ในรูปแบบการแจ้งเตือน และต้องได้รับการยินยอม (opt-in) จากผู้ใช้ก่อนเสมอ นั่นหมายความว่าคุณจะได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงและยินยอมรับโฆษณาแบบพุชโดยเฉพาะ
เมื่อผู้ใช้เลือกที่จะรับการแจ้งเตือนแบบพุชแล้ว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนบนเบราว์เซอร์ Chrome หรือเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ใช้งานอยู่ด้วย
Part 2: ประเภทของโฆษณาแบบพุช
โฆษณาแบบพุชมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับกรณีการใช้งานและกระบวนการทำงาน โดยทั่วไปสามารถแบ่งการแจ้งเตือนแบบพุชออกเป็น 2 หมวดหลัก ได้แก่
Web Push Notifications
การแจ้งเตือนแบบพุชที่เว็บไซต์ส่งไปยังอุปกรณ์ของผู้ติดตาม เรียกว่า การแจ้งเตือนแบบพุชบนเว็บ แม้ว่าการแจ้งเตือนบนเว็บหรือในหน้าเว็บจะดูคล้ายกับการแจ้งเตือนในแอปมือถือ แต่ความแตกต่างสำคัญคือ การแจ้งเตือนในหน้าเว็บถูกส่งโดยเว็บไซต์ ไม่ใช่แอป และสามารถแสดงได้บนทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเดสก์ท็อป แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ
In-Page Notifications
การแจ้งเตือนในหน้า (In-page notifications) แตกต่างจากการแจ้งเตือนแบบพุชบนเว็บทั่วไป เพราะจะแสดงผลบนเว็บไซต์โดยตรงเพื่อเพิ่มโอกาสในการแปลง ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกดยินยอมรับการแจ้งเตือนในหน้าหรือ การแจ้งเตือนในแอป อย่างชัดเจน
Mobile Push Notifications
ตามชื่อ การแจ้งเตือนแบบพุชบนมือถือ (Mobile push notifications) คือข้อความป๊อปอัพที่แอปมือถือส่งไปยังอุปกรณ์เป้าหมาย ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนแบบพุชแม้แอปจะถูกปิดอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีและบริการของ iOS หรือ Android ในการส่งการแจ้งเตือนถึงผู้ใช้
การใช้งานการแจ้งเตือนแบบพุชบนมือถือมีหลากหลาย เช่น ส่งอัปเดตสินค้า ข้อเสนอเฉพาะบุคคล แจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน ข่าวสาร การเตือนความจำ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ผ่าน rich push notifications เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้สนใจและเปิดแอป
Desktop Push Notifications
การแจ้งเตือนแบบพุชที่ส่งถึงคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เรียกว่า Desktop Push Notifications ซึ่งไม่ใช่ทุกการแจ้งเตือนแบบพุชบนเดสก์ท็อปจะมาจากโฆษณาเสมอไป คุณอาจได้รับการแจ้งเตือนจากบริการของระบบปฏิบัติการ เช่น การอัปเดต Windows การเปลี่ยนแปลงไดรเวอร์ หรือข้อความจากซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้
การแจ้งเตือนแบบพุชบนเดสก์ท็อปมีความสำคัญต่อกลยุทธ์การตลาดเช่นกัน ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและองค์กรขนาดใหญ่ต่างใช้วิธีนี้เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น โฆษณา Facebook สำหรับ Windows Desktop Push การแจ้งเตือนที่กำหนดเป้าหมายอย่างแม่นยำช่วยให้นักโฆษณาสามารถโปรโมตสินค้า/บริการไปยังผู้ใช้เดสก์ท็อปโดยตรง มักใช้ธีมอย่าง Facebook ads for Windows theme push เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้
Part 3: โฆษณาแบบพุชทำงานอย่างไร?
โฆษณาแบบพุชเป็นโฆษณาที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ กล่าวคือ ผู้ใช้ต้องกดยินยอมเพื่อรับโฆษณาแบบพุชบนเว็บไซต์หรือเบราว์เซอร์ของตน โดยกระบวนการส่งการแจ้งเตือนแบบพุชมักเริ่มต้นจากเว็บไซต์ จากนั้นผู้ใช้เป้าหมายจะได้รับโฆษณาแจ้งเตือนทุกครั้งที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้น
ในทำนองเดียวกัน เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปบนอุปกรณ์ Android หรือ iPhone แอปจะขออนุญาตในการส่งการแจ้งเตือนแบบพุช ซึ่งโดยปกติจะรวมอยู่ในชุดของการขออนุญาตอื่น ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้ยินยอมรับโฆษณาแบบพุช
องค์ประกอบสำคัญของโฆษณาแบบพุช ได้แก่:
- ไอคอนหรือรูปภาพที่ดึงดูดสายตาผู้ใช้ทันที
- หัวข้อที่น่าสนใจเพื่อบอกวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการแจ้งเตือนแบบพุช
- ประโยคสั้น ๆ ที่กระตุ้นให้ผู้ใช้ดำเนินการบางอย่างเมื่อเห็นโฆษณาแจ้งเตือน
- หน้าเว็บหรือหน้าจอแอปที่นำผู้ใช้ไปหลังจากคลิกโฆษณาแบบพุช อาจเป็นหน้าดาวน์โหลด แบบฟอร์มสมัครสมาชิก อัปเดต หรือหน้าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
ตัวอย่างเพิ่มเติมของโฆษณาแบบพุชที่ออกแบบมาอย่างดี มีโลโก้แบรนด์ ปุ่ม CTA ชัดเจน และข้อความที่น่าสนใจ:
อีกหนึ่งตัวอย่างของโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชที่น่าสนใจและปรับแต่งเฉพาะบุคคล มีดังนี้:
Part 4: วิธีตั้งค่าโฆษณาการแจ้งเตือนแบบพุชให้ได้ผลดี ด้วยตัวอย่างโฆษณาแบบพุช
เนื่องจากโฆษณาการแจ้งเตือนแบบพุชได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน การแข่งขันจึงสูง ดังนั้นคุณควรปฏิบัติตามแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับโฆษณาแบบพุชของคุณ
ใช้ภาพที่เรียบง่ายและดึงดูดสายตา
ภาพที่คุณเลือกใช้ในโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุช มักเป็นสิ่งแรกที่ผู้ใช้จะสังเกตเห็น ดังนั้นควรเลือกภาพที่เรียบง่ายแต่สะดุดตา เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับการแจ้งเตือนและกระตุ้นให้พวกเขาคลิกดูโฆษณาต่อ
หลายแบรนด์มักมองข้ามคุณภาพของภาพ เพราะให้ความสำคัญกับข้อความโฆษณาเป็นหลัก แต่การแจ้งเตือนแบบพุชที่มีประสิทธิภาพ คือการผสมผสานระหว่างภาพและข้อความได้อย่างลงตัว
เขียนหัวข้อให้กระชับและน่าสนใจ
ขณะเขียนหัวข้อหลักของโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุช ควรออกแบบให้เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็กบนหน้าจอสมาร์ทโฟน หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่ยาวเกินไป เน้นใช้คีย์เวิร์ดที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ได้ทันทีและกระตุ้นให้ดำเนินการตามที่ต้องการ
การสร้างความรู้สึกเร่งด่วนผ่านหัวข้อที่โดดเด่น จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ากำลังพลาดโอกาสสำคัญ นอกจากนี้ การตั้งชื่อโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชให้กระชับและน่าสนใจ จะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และเพิ่มอัตราการแปลง
เพิ่มคำอธิบายหรือข้อความโฆษณา
การแจ้งเตือนแบบพุชมักจะนำผู้ใช้ไปยังหน้า Landing Page เพื่อปิดการขาย ดังนั้นขณะสร้างโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุช ควรใส่ใจการเขียนข้อความโฆษณาบนหน้า Landing Page ให้ดึงดูดใจด้วย
หากเนื้อหาระหว่างหน้า Landing Page กับโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชไม่สอดคล้องกัน ผู้ใช้อาจไม่ดำเนินการตามที่คุณต้องการ พยายามใช้โทนภาษาและรูปแบบเดียวกันทั้งสองส่วน
แม้ข้อความในโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชจะสั้นและตรงประเด็น แต่คุณสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมบนหน้าโฆษณา เพื่ออธิบายสิ่งที่ต้องการให้ผู้ใช้ดำเนินการ รวมถึงเพิ่มภาพประกอบ ข้อความอธิบาย และรีวิว เพื่อสร้างความน่าสนใจ
ใช้ Emoji
การเพิ่มอีโมจิในโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุช เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และกระตุ้นการมีส่วนร่วม ผู้คนมักจะสนใจโฆษณาที่มีความสนุกสนานและมีลูกเล่น เช่น emoji
แต่อย่าใช้ emoji มากเกินไป แนะนำให้ใส่เพียง 1-2 อันที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชที่คุณส่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของโฆษณาและอุตสาหกรรมของคุณด้วย
ส่งข้อความแบบเฉพาะบุคคล
ข้อความการตลาดแบบเฉพาะบุคคลมักให้ผลลัพธ์ดีกว่าข้อความทั่วไป ซึ่งใช้ได้กับการแจ้งเตือนแบบพุชเช่นกัน แม้การปรับแต่งโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชเฉพาะบุคคลอาจดูยากในตอนแรก แต่คุณสามารถทำได้โดยการระบุกลุ่มเป้าหมายและใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เช่น EngageLab ในการสร้างและจัดการแคมเปญการแจ้งเตือนแบบพุชให้ประสบความสำเร็จ
เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการส่งโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุช
เวลาที่คุณเลือกส่งโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชมีผลต่อความสำเร็จของแคมเปญอย่างมาก แม้โฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชจะน่าสนใจแค่ไหน หากส่งผิดเวลาไปยังกลุ่มเป้าหมาย ก็อาจถูกมองข้ามได้
แนะนำให้ส่งโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชระหว่าง 7.00-9.00 น. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด เพราะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่เริ่มต้นวันใหม่ อีกช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ10.00-14.00 น. ซึ่งตรงกับเวลาพักกลางวัน
ในทางตรงกันข้าม ช่วงเวลาระหว่าง 1.00 น. ถึง 7.00 น. ควรหลีกเลี่ยง เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มักพักผ่อนนอนหลับในช่วงนี้ ทำให้ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบ
เลือกแพลตฟอร์มการแจ้งเตือนแบบพุชที่น่าเชื่อถือ
การเลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือสำหรับส่งการแจ้งเตือนแบบพุช ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้างแคมเปญการแจ้งเตือนแบบพุชให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าคุณจะมีไอเดีย เนื้อหา หรือภาพที่ดี แต่หากไม่มีระบบส่งที่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่สามารถส่งโฆษณาที่มีอัตราการแปลงสูงผ่านการแจ้งเตือนแบบพุชได้เช่นกัน
คุณควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ในการเลือกแพลตฟอร์มการแจ้งเตือนแบบพุชที่เหมาะสม:
- ความง่ายในการใช้งานอินเทอร์เฟซของแพลตฟอร์ม
- การรองรับหลายภาษา
- ฟีเจอร์และตัวเลือกสำหรับสร้างและส่งโฆษณาการแจ้งเตือนแบบพุช
- รีวิวจากลูกค้าปัจจุบัน
- การให้บริการลูกค้า
- ราคา
- ตัวเลือกการเชื่อมต่อกับระบบต่าง ๆ
ฟีเจอร์โดยรวมที่ช่วยให้คุณสร้างและรันแคมเปญการแจ้งเตือนแบบพุชให้ประสบความสำเร็จ
ตัวอย่างการแจ้งเตือนแบบพุชที่ออกแบบไม่ดี
มีข้อผิดพลาดบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยงขณะสร้างและส่งโฆษณาแบบพุช เช่น:
- ใช้โฆษณาแบบพุชที่กว้างเกินไป ไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย
- เขียนข้อความยาวเกินไป
- ไม่มีหัวข้อที่ดึงดูดใจ
- ไม่มีภาพประกอบ
ต่อไปนี้คือตัวอย่างแอปที่ส่งการแจ้งเตือนแบบพุชมากเกินไป ซึ่งควรหลีกเลี่ยง:
Part 5: ใช้งาน EngageLab - ผู้ช่วยโฆษณาแบบพุชครบวงจร
ด้วยความต้องการที่หลากหลายของนักโฆษณาและธุรกิจในปัจจุบัน EngageLab ได้รวบรวมทุกช่องทางการตลาดและการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ในแดชบอร์ดเดียว สำหรับการแจ้งเตือนแบบพุช EngageLab สามารถช่วยคุณสร้างและส่งการแจ้งเตือนแบบพุชทั้งบนเว็บไซต์ (web push notifications) และแอปพลิเคชัน (app push notifications) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง
ที่สำคัญ คุณสามารถจัดการกระบวนการสร้างและส่งการแจ้งเตือนแบบพุชทุกรูปแบบได้อย่างครบวงจรจากแดชบอร์ดที่ใช้งานง่ายของ EngageLab
จุดเด่นของ EngageLab สำหรับการส่งการแจ้งเตือนแบบพุช
-
รองรับทุกแพลตฟอร์ม:
ด้วย EngageLab คุณสามารถส่งโฆษณาการแจ้งเตือนแบบพุชบนระบบปฏิบัติการหลักทั้งหมด ทั้ง Web, iOS และ Android โดยไม่ต้องใช้หลายแพลตฟอร์มแยกกัน -
อัตราการส่งถึงสูง:
EngageLab ใช้ระบบส่งข้อความที่ทรงพลังและชาญฉลาด เพื่อให้มั่นใจว่าการแจ้งเตือนแบบพุชของคุณจะถูกส่งถึงผู้รับตรงเวลา และช่วยเพิ่มอัตราการส่งถึง -
ประสิทธิภาพสูง:
EngageLab ขับเคลื่อนด้วยช่องทางการส่งข้อความระดับสากลและระบบสำรองข้อมูลหลายจุดที่น่าเชื่อถือ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการส่งการแจ้งเตือนแบบพุชผ่าน EngageLab มีประสิทธิภาพ เสถียร และปลอดภัย -
ความหลากหลายในการใช้งาน:
EngageLab รองรับการใช้งานที่หลากหลายของการแจ้งเตือนแบบพุช เช่น การส่งแจ้งเตือนตามตำแหน่งที่ตั้ง การแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงบริการ การแจ้งเตือนอัปเดตเนื้อหา การแจ้งเตือนโปรโมชั่น และอื่น ๆ อีกมากมาย
วิธีเริ่มต้นแคมเปญโฆษณาแบบพุช
ต่อไปนี้คือขั้นตอนสำคัญในการตั้งค่าแคมเปญโฆษณาแบบพุชใน EngageLab:
- เปิดเว็บไซต์ EngageLab อย่างเป็นทางการ แล้วเข้าสู่ระบบ หากคุณเป็นผู้ใช้ใหม่ สามารถสมัครสมาชิก ด้วยอีเมล หรือเข้าสู่ระบบ ผ่านบัญชี Google, Facebook, Apple หรือ GitHub ได้อย่างง่ายดาย
- EngageLab รองรับหลายช่องทางในการมีส่วนร่วมกับลูกค้าของคุณ หากต้องการส่งการแจ้งเตือนแบบพุชบนเว็บไซต์ ให้เลือกเริ่มต้นใช้งาน ที่ตัวเลือก WebPush เพื่อเปิดใช้งานบริการ
- กรอกชื่อแอปพลิเคชัน จุดเชื่อมต่อบริการ และไอคอนแอปพลิเคชันของคุณ เพื่อเริ่มตั้งค่าแคมเปญการแจ้งเตือนแบบพุช
- หากต้องการส่งโฆษณาแบบพุชผ่าน EngageLab คุณต้องเริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อโดเมนของคุณกับแพลตฟอร์ม และกำหนดสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ EngageLab สามารถส่งโฆษณาแบบพุชได้สำเร็จ
- สร้างข้อความแจ้งเตือนแบบพุชที่น่าสนใจโดยเขียนหัวข้อและเนื้อหา คุณสามารถดูตัวอย่างการแสดงผลได้ในส่วนแสดงตัวอย่าง เพื่อดูว่าการแจ้งเตือนจะแสดงผลอย่างไรในแต่ละระบบปฏิบัติการ
เคล็ดลับการเขียนข้อความแจ้งเตือนแบบพุชให้น่าสนใจ:
- เขียนเนื้อหาที่โดดเด่นกว่าการแจ้งเตือนอื่น ๆ และกระตุ้นความสนใจของผู้ใช้
- ช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายและความคาดหวัง ด้วยการใส่ CTA ที่ชัดเจน
- เพิ่มความท้าทายลงในข้อความแจ้งเตือนแบบพุช เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
- นำเสนอข้อมูลอัปเดตให้ดูน่าตื่นเต้น
- ใช้น้ำเสียงที่เหมาะสม สร้างสมดุลระหว่างความเป็นกันเองและความน่าเชื่อถือ
- ลองใส่มุกตลกเพื่อให้ผู้ใช้สนใจในสิ่งที่คุณนำเสนอ
- ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และสร้างความรู้สึกเร่งด่วน
ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ การเลือกเวลาที่เหมาะสมในการส่งการแจ้งเตือนแบบพุชถือว่าสำคัญมากต่อความสำเร็จของแคมเปญ คุณไม่จำเป็นต้องส่งโฆษณาแบบพุชทันที แต่สามารถตั้งเวลาให้ส่งในช่วงเวลาที่เหมาะสมผ่าน EngageLab ได้
คุณยังสามารถติดตามสถิติสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนแบบพุชของคุณบน EngageLab ได้อีกด้วย จุดประสงค์ของสถิติเหล่านี้คือเพื่อให้คุณทราบตัวชี้วัดสำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาแบบพุช
สรุป
หากคุณกำลังมองหาวิธีที่น่าเชื่อถือ ราคาไม่แพง และมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก การนำการแจ้งเตือนแบบพุชมาใช้ในแคมเปญการตลาดปี 2026 คือทางเลือกที่ควรพิจารณา ด้วยขั้นตอนและเคล็ดลับที่กล่าวไว้ในบทความนี้ คุณจะสามารถสร้างและจัดการแคมเปญโฆษณาแจ้งเตือนแบบพุชได้อย่างราบรื่น
ด้วย EngageLab คุณสามารถทำให้ทุกขั้นตอนของการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าและการตลาดผ่านการแจ้งเตือนแบบพุชเป็นเรื่องง่ายขึ้น สมัครใช้งานฟรีวันนี้กับ EngageLab และเริ่มต้นใช้บริการเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วยโฆษณาการแจ้งเตือนแบบพุช







