avatar

พงศธร วิริยกุล

อัปเดต: 2026-06-03

3742 ดู, 5 min อ่าน

Push Notification หรือการแจ้งเตือนแบบพุช คือข้อความสั้นหรือป๊อปอัปแจ้งเตือนที่แอปหรือเว็บไซต์ส่งไปยังหน้าจออุปกรณ์ของผู้ใช้ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดแอปหรือหน้าเว็บอยู่ในขณะนั้น

โดยทั่วไป Push Notification มักใช้สำหรับแจ้งเตือนคำสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่ง โปรโมชัน ข่าวสารสำคัญ การดึงผู้ใช้กลับมาใช้งาน และข้อความธุรกรรมแบบเรียลไทม์ ต่างจากอีเมลหรือ SMS ตรงที่ผู้ใช้ต้องอนุญาตรับการแจ้งเตือนจากแอปหรือเว็บไซต์ก่อน

Push Notification หรือการแจ้งเตือนแบบพุชคืออะไร

Push Notification คืออะไร?

การแจ้งเตือนแบบพุช หรือที่บางครั้งเรียกว่า ข้อความพุช เน้นการส่งข้อความจากระบบไปยังผู้ใช้โดยตรงเมื่อมีเหตุการณ์หรือข้อมูลที่ควรแจ้งให้ทราบ เช่น คำสั่งซื้อได้รับการยืนยัน พัสดุอยู่ระหว่างจัดส่ง มีโปรโมชันเฉพาะบุคคล หรือมีข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้

ในมุมของธุรกิจ จุดสำคัญไม่ใช่แค่การส่งข้อความให้เร็ว แต่ต้องส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับสถานะหรือความต้องการของผู้ใช้ในช่วงเวลานั้น

อย่างไรก็ตาม Push Notification ไม่ได้หมายถึงข้อความโฆษณาทุกประเภทเสมอไป ข้อความบางส่วนเป็นข้อความธุรกรรมที่ผู้ใช้ต้องการรับ เช่น การแจ้งเตือนชำระเงินหรือสถานะการจัดส่ง ส่วนข้อความโปรโมชันควรส่งเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้ใช้จริง

คำที่เกี่ยวข้องกับ Push Notification

คำค้นหา ความหมายในบริบทนี้
noti คือ noti เป็นคำย่อไม่เป็นทางการของ notification หมายถึงการแจ้งเตือนจากแอป มือถือ หรือเว็บไซต์
notification แปลว่า notification แปลว่า การแจ้งเตือน หรือข้อความแจ้งเตือนที่ระบบส่งให้ผู้ใช้ทราบ
push แปลว่า ในบริบทนี้ push ไม่ได้หมายถึง “ผลัก” ตามตัวอักษร แต่หมายถึงการที่ระบบส่งข้อความไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง
ข้อความพุช ข้อความพุช หรือ Push Message มักหมายถึงข้อความแจ้งเตือนแบบพุชที่ส่งผ่านแอปหรือเว็บไซต์ไปยังผู้ใช้

Push Notification ทำงานอย่างไร?

Push Notification ทำงานโดยให้ระบบหรือเซิร์ฟเวอร์ของธุรกิจส่งข้อความไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้ผ่านช่องทางของแอป ระบบปฏิบัติการ หรือเบราว์เซอร์ เมื่อผู้ใช้อนุญาตให้รับการแจ้งเตือน ระบบจึงสามารถส่งข้อความที่เกี่ยวข้องไปยังผู้ใช้ได้ตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

Push Notification ทำงานอย่างไรจากระบบไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้

จาก: stackoverflow.com

ในกรณีของแอปมือถือ การส่งข้อความมักทำงานร่วมกับบริการของแพลตฟอร์ม เช่น Firebase Cloud Messaging (FCM) สำหรับ Android และ Apple Push Notification service (APNs) สำหรับ iOS ส่วน Web Push จะทำงานผ่านเบราว์เซอร์และการอนุญาตจากผู้ใช้บนเว็บไซต์

ดังนั้น ก่อนส่ง Push Notification ธุรกิจควรให้ผู้ใช้เข้าใจว่าจะได้รับการแจ้งเตือนประเภทใด และควรส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือความสนใจของผู้ใช้จริง ไม่ใช่ส่งข้อความจำนวนมากโดยไม่แบ่งกลุ่ม

App Push กับ Web Push ต่างกันอย่างไร?

Push Notification สามารถแบ่งตามช่องทางหลักได้เป็น App Push และ Web Push ทั้งสองแบบเป็นการแจ้งเตือนแบบพุชเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ช่องทาง เงื่อนไขการรับข้อความ และสถานการณ์การใช้งาน

จุดที่ผู้ใช้มักสับสนคือ Web Push ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอป ผู้ใช้เพียงเข้าเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์และกดอนุญาตรับการแจ้งเตือน จึงสามารถรับข้อความจากเว็บไซต์ได้ ส่วน App Push ต้องมาจากแอปที่ติดตั้งบนอุปกรณ์แล้ว

เปรียบเทียบ App Push Web Push
ช่องทาง ส่งผ่านApp Push บนแอปมือถือที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ ส่งผ่านWeb Push บนเว็บไซต์และเว็บเบราว์เซอร์ เช่น Chrome, Safari หรือ Edge
เงื่อนไข ผู้ใช้ต้องติดตั้งแอปและอนุญาตการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ ไม่ต้องติดตั้งแอป แต่ต้องเข้าเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์และกดอนุญาตรับการแจ้งเตือน
เหมาะกับ แอปอีคอมเมิร์ซ ฟินเทค เกม บริการสมาชิก หรือแอปที่ต้องการดึงผู้ใช้กลับมาใช้งาน เว็บไซต์ข่าว อีคอมเมิร์ซ เว็บบริการ หรือธุรกิจที่ต้องการสื่อสารกับผู้ใช้โดยไม่ต้องพัฒนาแอปก่อน
ตัวอย่าง แจ้งเตือนคำสั่งซื้อ คูปอง การเตือนกลับมาใช้งานแอป แจ้งข่าวใหม่ โปรโมชัน หรือการอัปเดตจากเว็บไซต์

ประเภทของ Push Notification พร้อมตัวอย่าง

หากแบ่งตามวัตถุประสงค์หลัก Push Notification มักแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ข้อความธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของผู้ใช้โดยตรง และข้อความส่งเสริมการขายที่ใช้สื่อสารข้อเสนอหรือแคมเปญทางการตลาด

ตัวอย่าง App Push Notification บนอุปกรณ์มือถือ

ในการใช้งานจริง ยังสามารถแยกย่อยตามเป้าหมายของข้อความและสถานะของผู้ใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น การแจ้งเตือนตามเวลา ข้อความกระตุ้นการกลับมาใช้งาน และคำแนะนำเฉพาะบุคคล

ประเภท ตัวอย่าง วัตถุประสงค์
ข้อความธุรกรรม ยืนยันคำสั่งซื้อ ยืนยันการชำระเงิน อัปเดตการจัดส่ง แจ้งข้อมูลสำคัญและสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้
ข้อความส่งเสริมการขาย คูปอง ส่วนลด โปรโมชันเฉพาะบุคคล กระตุ้นการซื้อหรือการกลับมาใช้งาน
การแจ้งเตือนตามเวลา เตือนนัดหมาย เตือนกิจกรรม อัปเดตสถานะบริการ ช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเวลา
การมีส่วนร่วม ข้อความต้อนรับ เคล็ดลับการใช้งาน ฟีเจอร์ใหม่ เพิ่มการมีส่วนร่วมและทำให้ผู้ใช้คุ้นเคยกับบริการ
คำแนะนำเฉพาะบุคคล สินค้า บทความ เพลง หรือวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับความสนใจ เพิ่มความเกี่ยวข้องของข้อความและประสบการณ์ผู้ใช้

Push Notification มีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไร?

  • แจ้งข้อมูลได้รวดเร็ว:เหมาะกับข้อความที่ต้องการให้ผู้ใช้เห็นทันที เช่น คำสั่งซื้อ การจัดส่ง หรือการแจ้งเตือนความปลอดภัย
  • เพิ่มการกลับมาใช้งาน:ช่วยดึงผู้ใช้กลับมายังแอปหรือเว็บไซต์เมื่อมีเนื้อหา โปรโมชัน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • สื่อสารแบบเฉพาะบุคคลได้:สามารถส่งข้อความตามพฤติกรรม ความสนใจ ตำแหน่งที่ตั้ง หรือสถานะของผู้ใช้
  • วัดผลและปรับปรุงได้:ธุรกิจสามารถดูอัตราการส่ง การเปิด การคลิก และผลลัพธ์หลังการส่งเพื่อนำไปปรับแคมเปญ

ใช้ Push Notification อย่างไรให้ไม่รบกวนผู้ใช้?

แม้ Push Notification จะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงผู้ใช้ได้รวดเร็ว แต่หากส่งถี่เกินไปหรือส่งข้อความที่ไม่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้อาจปิดการแจ้งเตือนหรือถอนการติดตั้งแอปได้ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้องของข้อความมากกว่าจำนวนครั้งที่ส่ง

  • ส่งเมื่อมีเหตุผลชัดเจน:เช่น แจ้งสถานะคำสั่งซื้อ เตือนนัดหมาย หรือเสนอสิทธิพิเศษที่เกี่ยวข้อง
  • แบ่งกลุ่มผู้ใช้ก่อนส่ง:ใช้ข้อมูลพฤติกรรม ความสนใจ หรือสถานะการใช้งานเพื่อหลีกเลี่ยงการส่งข้อความกว้างเกินไป
  • ควบคุมความถี่:ไม่ควรส่งข้อความถี่จนรบกวน โดยเฉพาะข้อความโปรโมชัน
  • แยกข้อความสำคัญกับข้อความการตลาด:ข้อความธุรกรรมควรชัดเจนและตรงประเด็น ส่วนข้อความโปรโมชันควรส่งเฉพาะกลุ่มที่เหมาะสม
  • ให้ผู้ใช้จัดการการแจ้งเตือนได้:เช่น เลือกประเภทการแจ้งเตือน หรือปิดบางหมวดหมู่ได้

ตัวชี้วัดที่ควรดูเมื่อส่ง Push Notification

หลังจากเริ่มส่ง Push Notification ธุรกิจไม่ควรดูเพียงจำนวนข้อความที่ส่งออก แต่ควรดูว่าผู้ใช้ได้รับ เห็น และตอบสนองต่อข้อความหรือไม่ ตัวชี้วัดพื้นฐานที่ควรติดตาม ได้แก่ อัตราการอนุญาตรับแจ้งเตือน อัตราการส่งสำเร็จ อัตราการเปิดหรือคลิก อัตราการแปลง และจำนวนผู้ใช้ที่ปิดการแจ้งเตือน

เลือกบริการ Push Notification อย่างไร?

หากธุรกิจต้องการใช้ Push Notification อย่างต่อเนื่อง ควรเลือกบริการที่รองรับช่องทางหลักที่ต้องใช้ เช่น App Push สำหรับผู้ใช้แอป และ Web Push สำหรับผู้ใช้เว็บไซต์ รวมถึงมีฟีเจอร์สำหรับแบ่งกลุ่มผู้ใช้ ตั้งเวลาส่ง วิเคราะห์ผล และเชื่อมต่อกับระบบของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

ขั้นตอนการใช้บริการ Push Notification สำหรับธุรกิจ
  • รองรับหลายช่องทาง:ควรรองรับทั้งแอปมือถือ เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มที่ธุรกิจใช้งานจริง
  • แบ่งกลุ่มผู้ใช้ได้ละเอียด:เช่น แท็ก พฤติกรรม อุปกรณ์ พื้นที่ หรือสถานะการใช้งาน
  • ตั้งเวลาและทำงานอัตโนมัติได้:ช่วยส่งข้อความในเวลาที่เหมาะสมและลดงานซ้ำของทีม
  • มีรายงานผลชัดเจน:ควรดูข้อมูลการส่ง การเปิด การคลิก และผลลัพธ์หลังการส่งได้
  • มีเอกสารและ API ที่ใช้งานง่าย:เหมาะสำหรับทีมที่ต้องการเชื่อมต่อกับระบบภายในหรือแอปของตนเอง

ใช้ EngageLab เพื่อส่ง App Push และ Web Push อย่างเป็นระบบ

EngageLab รองรับการส่ง Push Notification สำหรับทั้ง App Push และ Web Push ช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งข้อความตามกลุ่มผู้ใช้ แท็ก อุปกรณ์ พฤติกรรม และตำแหน่งที่ตั้ง พร้อมติดตามผลการส่งและปรับปรุงแคมเปญได้ในที่เดียว

จึงเหมาะกับทีมที่ต้องการใช้การแจ้งเตือนเพื่อแจ้งข่าวสำคัญ ส่งข้อความธุรกรรม กระตุ้นการกลับมาใช้งาน และทำแคมเปญแบบเฉพาะบุคคล โดยไม่ต้องพึ่งการส่งข้อความแบบกว้างเกินไป

EngageLab รองรับการส่ง App Push Notification

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Push Notification

Push Notification คืออะไร?

Push Notification คือข้อความแจ้งเตือนสั้น ๆ ที่แอปหรือเว็บไซต์ส่งไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดแอปหรือเว็บไซต์อยู่ในขณะนั้น

ข้อความพุชคืออะไร?

ข้อความพุชคือข้อความแจ้งเตือนแบบสั้นที่ระบบส่งไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ โดยมักใช้แจ้งข้อมูลสำคัญแบบรวดเร็ว เช่น สถานะคำสั่งซื้อ การจัดส่ง โปรโมชัน หรือการแจ้งเตือนบัญชี

noti คืออะไร?

noti เป็นคำย่อที่คนไทยมักใช้เรียก notification หรือการแจ้งเตือน เช่น การแจ้งเตือนจากแอป มือถือ หรือเว็บไซต์

การแจ้งเตือนแบบพุชต่างจาก SMS อย่างไร?

Push Notification ส่งผ่านแอปหรือเบราว์เซอร์และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใช้ก่อน ส่วน SMS ส่งผ่านหมายเลขโทรศัพท์และไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอป

ปิดการแจ้งเตือนแบบพุชคืออะไร?

การปิดการแจ้งเตือนแบบพุชหมายถึงการไม่อนุญาตให้แอปหรือเว็บไซต์ส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังหน้าจออุปกรณ์ ผู้ใช้สามารถปิดได้จากการตั้งค่าของแอป เบราว์เซอร์ หรือระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์

ธุรกิจควรใช้ Push Notification เมื่อใด?

เหมาะสำหรับข้อความที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น สถานะคำสั่งซื้อ การจัดส่ง การแจ้งเตือนความปลอดภัย โปรโมชันเฉพาะบุคคล การเตือนนัดหมาย หรือการดึงผู้ใช้กลับมาใช้งาน